Panasonic Display Open House 2017

พานาโซนิค โชว์ศักยภาพผู้นำตลาด เลเซอร์ โปรเจคเตอร์ จัดงาน Panasonic Display Open House 2017

panasonic-display-open-house-2017-01

พานาโซนิค โชว์ศักยภาพผู้นำตลาด เลเซอร์ โปรเจคเตอร์ และดิสเพลย์ ในประเทศไทย ทุ่มงบประมาณกว่า 5 ล้านบาท จัดงาน “Panasonic Display Open House 2017” เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด ได้แก่ เลเซอร์โปรเจคเตอร์ PT-RZ31K โปรเจคเตอร์ที่มีความคมชัดสูงถึง 31,000 ลูเมนส์ โดยพานาโซนิคเป็นผู้นำเข้ามาทำตลาดเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย พร้อมทั้งสเปซ เพลเยอร์ อีกหนึ่งนวัตกรรมเครื่องฉายภาพ ที่รวมคุณสมบัติความสามารถระหว่าง สปอตไลท์ และโปรเจคเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่าง ลิงค์ เรย์ (ไลท์ ไอดี เทคโนโลยี) ที่ถือได้ว่าจะมาเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข้อมูลให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

panasonic-display-open-house-2017-02

นางสาวอนุรัตน์ จี้เพ็ชร ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ดิสเพลย์ โซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พัฒนาการของโปรเจคเตอร์เริ่มมาจากเทคโนโลยียุค LCD บวกหลอดภาพ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความคมชัดและความทนทาน อีกทั้งยังต้องคอยเปลี่ยนหลอดภาพตามอายุการใช้งาน ปัจจุบันทางพานาโซนิคได้เลือกใช้เทคโนโลยี DLP ซึ่งมีความคมชัดมากขึ้น สีสันสมจริงมากขึ้น แต่ก็ยังจำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดภาพอยู่ เพราะฉะนั้น พานาโซนิคจึงพัฒนาเทคโนโลยี Laser ซึ่งนำมาใช้กับเทคโนโลยี DLP ถือเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดภาพอีกต่อไป ทำให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานแบบมืออาชีพที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพของภาพที่สูงและ เสถียรภาพในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

panasonic-display-open-house-2017-03

“สำหรับ พานาโซนิค ถือเป็นผู้นำตลาดโปรเจคเตอร์ในระดับกลางถึงบน มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งของโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างตั้งแต่ 5,000 ลูเมนส์ ขึ้นไป ซึ่งในปี 2015 พานาโซนิคส์มีสัดส่วนทางการตลาดถึง 58%* ด้านยอดขายและด้านจำนวนเครื่องถึง 37%* และในปี 2016 ครึ่งปีแรก พานาโซนิคก็ยังคงมีส่วนแบ่งในการตลาดเป็นอันดับหนึ่งในส่วนของความสว่าง 5,000 ลูเมนส์ขึ้นไป โดยในครึ่งปีหลังต่อเนื่องถึงปีนี้ พานาโซนิค จะเน้นเรื่องความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก จึงได้เปิดตัว เลเซอร์โปรเจคเตอร์ในตระกูล PT-RZ ที่มีความสว่างตั้งแต่ 3,000 ลูเมนส์ จนถึง 31,000 ลูเมนส์ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกใช้งาน โดยเฉพาะในรุ่น PT-RZ31K นั้นถือเป็นไฮไลท์สำคัญ เพราะเป็นการการเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์เครื่องแรกที่ให้ความสว่าง และความคมชัดสูงสุดถึง 31,000 ลูเมนส์ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเหมาะสำหรับกับการใช้งานขนาดใหญ่ระดับชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ องค์กรที่มีการจัดงานขนาดใหญ่ในประเทศ” ผู้บริหารกล่าว

นอกจากนี้ พานาโซนิค ยังได้นำเสนออีก 2 เทคโนโลยีใหม่ภายในงาน ประกอบด้วย สเปซ เพลเยอร์ ( Space Player) เครื่องฉายภาพเสมือนจริง ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง สปอตไลท์ และเลเซอร์ โปรเจคเตอร์ สำหรับสร้างสีสันด้วยการฉายแสงแบบ สปอตไลท์ หรือ การฉายภาพแบบโปรเจคเตอร์ เพื่อใช้ในการตกแต่งสถานที่ สร้างบรรยากาศเสมือนว่าลูกค้าได้ไปอยู่ในสถานที่นั้นๆ จริง เหมาะสำหรับ โรงแรม สถานบันเทิง พิพิธภัณฑ์ หรือคฤหาสน์ ที่ต้องการสร้างความประทับใจให้กับแขก รวมถึงการประยุกต์ใช้ในงานคอนเสิร์ตหรืองานเลี้ยงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้ง ลิงค์ เรย์ ( Light ID ) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในการส่งข้อมูลผ่านจอ แอลอีดี เพื่อให้โทรศัพท์มือถือรับข้อมูลจากจอ แอลอีดี ได้อย่างรวดเร็วเทียบเท่าความเร็วแสง ซึ่งจะมาเปลี่ยนรูปแบบการให้ข้อมูลข่าวสาร และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตามสถานที่ต่างๆ ในอนาคต

panasonic-display-open-house-2017-04

สำหรับงาน “Panasonic Display Open House 2017” พานาโซนิค ได้จำลองรูปแบบการใช้งานสินค้าใหม่ในแบบ Entertainment Space เพื่อสะท้อนถึงวิธีการใช้สินค้าต่างๆ เหล่านี้ในชีวิตจริงผ่านบูธต่างๆ อาทิ Panasonic Fun Park สวนสนุกรูปแบบใหม่ในห้างสรรพสินค้า ที่ใช้สเปซ เพลเยอร์ ฉายภาพบนพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อสร้างลวดลาย และใช้ เลเซอร์ โปรเจคเตอร์ ฉายภาพของรถไฟเหาะในฉากหลัง เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาจะเกิดความรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวสวนสนุก เห็นรถไฟเหาะจริงๆ Smart Bus Terminal เป็นการจำลองตัวอย่างการใช้งาน ลิงค์ เรย์ (Light ID) ที่ป้ายรถเมล์ซึ่งทำจากจอแอลอีดี จะสามารถให้ข้อมูลตารางการมาถึงของรถ และเส้นทางที่รถจะวิ่งเพื่อวางแผนการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น Lumix Concept Store ที่ใช้สเปซ เพลเยอร์ สร้างสีสันและลูกเล่นบนโมเดลจำลองกล้อง Lumix เพื่อทำให้สินค้าในร้านมีความโดดเด่น ดึงดูดความสนใจลูกค้าได้มากขึ้น และยังมีการใช้ ลิงค์ (Light ID) ที่ตัวจอแอลอีดี ในการให้ข้อมูลของสินค้าที่กำลังฉายอยู่บนจอเข้าสู่โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ได้ทันที 180O PANA Rooftop Bar การจำลองภาพบรรยากาศตามความต้องการของลูกค้า ลงบนโต๊ะอาหาร ด้วย เลเซอร์ โปรเจคเตอร์ และสเปซ เพลเยอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ พานาโซนิค ต้องการให้ผู้บริโภคเห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานสินค้าต่างๆ เหล่านี้ ที่สามารถใช้ได้อย่างหลากหลาย โดดเด่น และมีเทคโนโลยีที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างแท้จริง

โดยหากสนใจสั่งซื้อ Panasonic Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector Viewsonic PRO7827HD

Review Projector Viewsonic PRO7827HD DLP Home Projector คุณภาพเตะตา ราคาถูกใจ !!

viewsonic-pro7827hd-400

พูดชื่อ ViewSonic หลายท่านคงคุ้นเคยกับ “จอมอนิเตอร์” ดีไซน์ทันสมัย พร้อมสเป็กที่คุ้มราคา ซึ่งด้วยชื่อชั้นในวงการจอภาพและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานเกือบ 30 ปี ย่อมส่งผลดีกับสินค้าในหมวด “โปรเจคเตอร์” ด้วยเช่นเดียวกัน…

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ViewSonic มีโปรเจคเตอร์จำหน่ายด้วย ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนั้น โดยเมื่อเข้าไปค้นข้อมูลครั้งแรกก็ต้องตกใจ! เพราะพบว่าแบรนด์นี้มีสินค้าหมวดโปรเจคเตอร์เยอะมากๆ หากว่ากันที่จำนวนมีมากกว่า 50 รุ่น (ใกล้เคียงกับหมวดจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว)

ซึ่งจำนวนเหล่านี้รองรับการใช้งานหลากหลายเหมาะกับความบันเทิงทั้งภายในบ้าน ออฟฟิศ หรืองานโปรเฟสชันนัล แต่ที่ดึงดูดความสนใจมากเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นรุ่นที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ “Laser Phosphor” อายุการใช้งานกว่า 20,000 ชม. อย่าง LS810 (HD Ready – 5200lm), LS820 (FHD – 3500lm) และ LS830 (FHD – 4500lm)…

แต่สำหรับวันนี้จะมาแนะนำ DLP Home Theater Projector ความละเอียด Full HD จาก ViewSonic ที่มีระดับราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์กันก่อน คือ Pro7827HD

pro7827hd-01

แพ็คเกจของ Pro7827HD ยังคงเอกลักษณ์ของ ViewSonic ไว้ครบถ้วน ทั้งการใช้สีแดงและโลโก้รูปนกอันคุ้นเคย แต่ที่ดูแหวกแนวจากแพ็คเกจโปรเจ็คเตอร์ทั่วๆ ไป นอกเหนือจากสกรีนสีสดใส คือ ลักษณะกล่องแนวตั้งทรงสูง เมื่อบวกกับชื่อรุ่นที่มีคำว่า “Pro” พ่วงอยู่ด้วย จึงดูดึงดูดให้น่าค้นหาขึ้นไปอีก

Design – การออกแบบ

pro7827hd-02

ViewSonic Pro7827HD มาในลักษณะตัวเครื่องสีดำ ผิววัสดุสังเคราะห์มีเท็กเจอร์ Hair-line กึ่งเงากึ่งด้าน รูปทรงลบเหลี่ยมมุมให้โค้งมน สะดุดตา ขนาดโดยรวมพอๆ กับกระดาษ A4 น้ำหนักราว 2.6 กก. สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ไม่ลำบาก

การจัดวางตำแหน่งเลนส์อยู่เยื้องไปทางฝั่งขวา (เมื่อมองจากด้านหน้า) การปรับโฟกัสและซูม ดำเนินการปรับด้วยมือผ่านวงแหวนที่กระบอกเลนส์เหมือนเช่นโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกันทั่วไป

pro7827hd-03

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ ปุ่มกลมๆ ที่อยู่ถัดมาทางด้านหลัง ซึ่งก็คือปุ่มปรับ Vertical Lens Shift นั่นเอง ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การปรับตั้งตำแหน่งของเครื่องโปรเจ็คเตอร์เข้ากับตำแหน่งของจอรับภาพมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

pro7827hd-04

ปุ่มควบคุมสั่งการโปรเจ็คเตอร์ จัดวางรวมกลุ่มเยื้องไปทางด้านหลัง จากรูปจะเห็นไฟสถานะ 3 ดวง เรียงกันอยู่ฝั่งขวา สำหรับแจ้งบอกสถานะการทำงาน รวมถึงแจ้งปัญหา

pro7827hd-05

ด้านล่างมีขารองรับทั้งหมด 3 จุด ขาด้านหน้าเป็นเพียงจุดเดียวที่สามารถหมุนปรับระดับ เผื่อกรณีที่ต้องการแหงนหน้าโปรเจ็คเตอร์ขึ้น

ส่วนขาหลังทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถปรับระดับได้จึงทำให้ค่อนข้างลำบากเวลาจะแก้ไขเมื่อวางบนพื้นระนาบที่เอียง หรือเวลาต้องการปรับเพื่อคว่ำหน้าโปรเจ็คเตอร์ลง จุดนี้จำเป็นต้องอาศัยวิธีหาสิ่งของรอบตัวมาหนุนแทน เช่น นำเหรียญบาทไปรองที่ขาด้านหลัง เป็นต้น

pro7827hd-06

ภายในกล่อง Pro7827HD จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Cable Management Cover หรือฝาครอบสำหรับประกอบเข้าที่ด้านหลังของโปรเจ็คเตอร์เพื่อใช้จัดระเบียบสายให้ดูเรียบร้อยขึ้น ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งหรือไม่ก็ได้

pro7827hd-07

รีโมตคอนโทรลมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถใช้งานเป็น Laser pointer ได้ และที่พิเศษ คือ ทำหน้าที่เป็น Wireless Mouse ได้ด้วย โดยการเชื่อมต่อสาย USB จากโปรเจ็คเตอร์เข้ากับคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ดีปุ่มบนรีโมตจะไม่มี Back-lit การใช้งานในห้องมืดจะมองไม่เห็น จึงต้องอาศัยความคุ้นเคยในการคลำหาปุ่มที่ต้องการใช้งาน

Connectivity – ช่องต่อสัญญาณ

pro7827hd-08

ช่องต่อรับสัญญาณของ Pro7827HD ติดตั้งอยู่ด้านหลัง ความหลากหลายถือว่าครบครันพอตัว เพราะมีทั้งช่องต่อสำคัญอย่าง HDMI In 2 ช่อง (ในจำนวนนี้ 1 ช่อง รองรับ MHL) และช่องรับสัญญาณวิดีโอแบบอะนาล็อก ได้แก่ Composite และ S-video ที่ขาดไม่ได้ คือมี D-Sub (VGA) In 1 ช่อง สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr) และ D-Sub (VGA) Out อีก 1 ช่อง

pro7827hd-09

เนื่องจากภายใน Pro7827HD ติดตั้งลำโพงกำลังขับ 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย จึงมีช่องต่อ Analog Audio In (3.5mm) ถึง 2 ชุด กรณีที่ต้องการใช้งานภาคขยายเสียง ซึ่งให้เสียงดังดีทีเดียว หรือถ้าต้องการเชื่อมต่อระบบเสียงภายนอกก็สามารถดำเนินการได้ผ่าน Analog Audio Out (3.5mm) จำนวน 1 ชุด

นอกจากนี้ยังมี USB Out (Type A) สามารถจ่ายกระแสได้สูงถึง 2A เอาไว้ชาร์จไฟให้กับ Smart Phone, Tablet หรืออุปกรณ์ USB อื่นๆ ได้ด้วยครับ

pro7827hd-10

ช่องรับสัญญาณวิดีโอแบบ HDMI/MHL ยังมีอีก 1 ช่อง ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบทางฝั่งขวาของตัวเครื่อง (เมื่อมองจากด้านหน้าเลนส์) ในจุดนี้ทาง ViewSonic เผื่อไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Wireless HDMI Dongle ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม สามารถหาซื้อได้ทั่วไปไม่จำกัดยี่ห้อ

Extra – เพิ่มเติม

Pro7827HD รวมถึงโปรเจ็คเตอร์หลายๆ รุ่นจาก ViewSonic นอกจากรองรับ Wireless HDMI Dongle ที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว (อาทิ Miracast, Chromecast, etc.) ทาง ViewSonic ยังมีอุปกรณ์เสริมลักษณะคล้ายๆ กัน ที่เรียกว่า “ViewStick” ซึ่งโดยคุณสมบัตินั้นเหนือกว่าอุปกรณ์ข้างต้นตรงที่สามารถใช้งานเป็นมีเดียเพลเยอร์ได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่ง Smart Phone หรือ PC อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iDevices ผ่านเทคโนโลยี AirPlay และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมภายนอกอย่าง Mouse หรือ Touchscreen เพื่อใช้สั่งการ หรือนำมาประกอบการพรีเซ็นต์ เป็นต้น

pro7827hd-11

ถึงแม้จะเป็นโฮมฯ โปรเจ็คเตอร์ระดับ Full HD ราคาเบาๆ ทว่าพกความสามารถพิเศษอย่าง “Lens Shift” มาด้วย แต่แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดอยู่บ้างเมื่อเทียบกับรุ่นระดับสูง โดยการ shift จะทำได้เฉพาะแนวตั้ง (Vertical) และการชดเชยระยะจะค่อนข้างจำกัด บางสถานการณ์จึงยังมีความจำเป็นต้องหนุนฐานโปรเจ็คเตอร์ให้สูงขึ้น (กรณีวางบนโต๊ะ) หรือปรับขยับระยะความสูงของขาแขวน (กรณีแขวนเพดาน) เข้าช่วย แต่ก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่เอื้อต่อการติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ได้ยืดหยุ่นไม่น้อย และสามารถใช้งานได้จริง

pro7827hd-12

ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง นอกจากฟังก์ชั่น Lens Shift และ Digital Keystone แล้ว Pro7827HD ยังมี “Corner Adjust” กรณีที่ต้องฉายภาพขึ้นบนพื้นผิวหรือพื้นที่รับภาพที่มิได้มีรูปทรงเป็นระนาบสีเหลี่ยม เดิมทีคุณสมบัตินี้มีเฉพาะ Professional Projector สำหรับงานเฉพาะด้านเท่านั้น หาได้ยากสำหรับ Home Projector

pro7827hd-13

Pro7827HD มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง โดยใช้ในการกำหนดตำแหน่งตั้งวางโปรเจ็คเตอร์ ปรับ Lens Shift และซูมขนาดภาพฉายให้พอดีกับขนาดของจอรับภาพ

Picture – ภาพ

pro7827hd-14

หมายเหตุ: กรณีที่ปลดล็อคในส่วนของ ISFccc จะมีโหมดภาพเพิ่มเติมเข้ามาอีก 2 โหมด ได้แก่ ISF Night และ ISF Day

pro7827hd-15

ผลลัพธ์จากโหมดภาพโรงงาน ViewMatch sRGB ให้ความผิดเพี้ยนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 4 โหมดพื้นฐาน โดยรวมถือว่าใช้การได้ดี

Pro7827HD มีตัวเลือกโหมดภาพจากโรงงานทั้งสิ้น 5 โหมด ซึ่งตัวเลือกที่แนะนำ เนื่องจากให้ความเที่ยงตรงดีที่สุด คือ ViewMatch sRGB ถึงแม้สมดุลสีจะติดไปทางโทนอุ่นและอมเขียวนิดๆ แต่เป็นโหมดที่ให้ขอบเขตสี (Color Space) กว้างที่สุด คือ ครอบคลุมราว 93.1% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

หมดภาพลำดับถัดมาที่แนะนำ คือ Dynamic ตัวเลือกนี้ให้ระดับความสว่างสูงกว่าโหมดอื่นๆ เกือบเท่าตัว (ไม่นับโหมด Brightest และอ้างอิงที่ Lamp Mode = Normal) จึงเป็นโหมดภาพที่ใช้งานในสภาพสู้แสงได้ดีที่สุด ส่วนสมดุลสีไม่ถึงกับเที่ยงตรงที่สุด แต่อยู่ในเกณฑ์ใช้การได้

กรณีที่ต้องการยืดอายุการใช้งานหลอดไฟ พร้อมๆ กับพัดลมระบายความร้อนมีระดับเสียงเงียบที่สุด และประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนตัวเลือก Lamp Mode = Eco ร่วมกับโหมด Dynamic ยังให้ผลลัพธ์ที่ดี ระดับความสว่างยังคงจะแจ้ง ไม่ได้มืดทึมลงมากนัก

หมายเหตุ:
– ในสเป็กแจ้งอายุการใช้งานของหลอดไฟไว้ที่ 3,500 (Normal) – 6,500 (Eco) ชม. ใกล้เคียงกับโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกันเครื่องอื่นๆ
– เมื่อเปลี่ยนตัวเลือก Lamp Mode ระดับการใช้พลังงานจะลดลงจาก 282W (Normal) เป็น 207W (Eco) คิดเป็น 26.5% ในขณะที่ระดับความสว่าง (Luminance) ลดลงราว 29%

Pro7827HD มาพร้อมการรับรอง ISFccc ยืนยันว่ามีคุณสมบัติรองรับการไฟน์จูนปรับภาพละเอียดตามมาตรฐานของสถาบัน ISF ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากดำเนินการแล้วการถ่ายทอดภาพจะให้ความเที่ยงตรงเข้าใกล้มาตรฐานอ้างอิงมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในการไฟน์จูนปรับภาพโดยทั่วไปนั้น สำหรับโหมด ViewMatch sRGB จะฟิกซ์ค่าบางตัวเลือกไว้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการปรับภาพเพิ่มเติมในโหมด Dynamic (หรือโหมดอื่นๆ) จึงให้ความยืดหยุ่นมากกว่า

เนื่องจากตัวเลือกปรับภาพพื้นฐานไม่มีตัวเลือกสำหรับไฟน์จูน White Balance การปรับเปลี่ยนแก้ไขอุณหภูมิสีจึงต้องดำเนินการจากตัวเลือก Color Temp ซึ่งค่าโรงงานจำกัดไว้ 4 โหมด (Cool, Normal, Neutral, Warm) แล้วทำการชดเชยเพิ่มเติมเอาจากตัวเลือก Brilliant Color (แบบคร่าวๆ) แทน…

ซึ่งกรณีของโหมด Dynamic นั้น การเปลี่ยนตัวเลือก Color Temp = Cool แล้วกำหนด Brilliant Color = 5 แม้ผลลัพธ์อุณหภูมิสีจะยังติดโทนเย็นอยู่บ้าง แต่จะให้สมดุลสีตลอดย่านดีที่สุด

จากนั้นทำการไฟน์จูนละเอียดในส่วนของ CMS (Color Management System) ก็จะให้ความลงตัวของสีสันเป็นที่น่าพอใจมาก

pro7827hd-16

โหมด Dynamic หลังปรับภาพแล้ว นอกจากสมดุลสีตลอดย่านดีขึ้น ความสามารถแสดงขอบเขตสี (Color Space) จะกว้างขึ้นด้วย (อันเป็นอานิสงส์จาก CMS) ผลลัพธ์อยู่ที่ราว 94.9% อิงมาตรฐาน sRGB/Rec.709

pro7827hd-17

ทดสอบภาพกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น Mobile Suit Gundam – Thunderbolt ในรูปแบบ 4K/UHD HDR BD ร่วมกับ Samsung UBD-K8500 4K/UHD BD Player โดยทำการ down-scale ความละเอียดลงมาที่ 1080/24p พบว่า ViewSonic Pro7827HD สามารถแสดงดีเทลได้โดดเด่น เป็นการดึงศักยภาพของ 1-chip DMD ความละเอียด Full HD ออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ RGBRGB Color Wheel ยังให้ความต่อเนื่อง ผลกระทบด้าน Rainbow Effect ต่ำ

ถึงแม้จะยังไม่มีระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว (Frame Interpolation) แต่ผลลัพธ์โดยรวมไม่รู้สึกว่ามีอาการสะดุดจนรับไม่ได้ ยังคงความเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับของคอนเทนต์อัตราเฟรมเรตที่ 24 fps ได้ดี

pro7827hd-18

ด้วยแหล่งกำเนิดแสง 240 วัตต์ กำลังความสว่างตามสเป็กที่ 2200lm ให้ภาพที่จะแจ้ง ชัดเจน การใช้งาน Pro7827HD จึงครอบคลุมหลากหลายยิ่งขึ้น กล่าวคือสามารถใช้งานเป็น Presentation Projector ได้ด้วย และในสภาวะสู้แสงในห้องที่มีแสงรบกวนผลลัพธ์ก็ถือว่าทำได้อยู่ในเกณฑ์ดี (แนะนำโหมดภาพ Dynamic) อย่างไรก็ดีการจะได้ผลลัพธ์ด้านภาพจากโปรเจ็คเตอร์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหน ยี่ห้อใด แนะนำให้ทำการคุมแสงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุดจะดีกว่า

Sound – เสียง

pro7827hd-19

ลำโพงพร้อมภาคขยายกำลังขับ 10 วัตต์ (Mono) ของ Pro7827HD ใช้การได้ดีทีเดียว ระดับเสียงดังเพียงพอกับการใช้งานแบบลำลอง การปรับระดับวอลลุ่มอาจซับซ้อนนิดหนึ่งเนื่องจากต้องกดปุ่มรูปลำโพงที่รีโมตก่อน แล้วจึงใช้ปุ่มลูกศรซ้าย-ขวาเพื่อปรับระดับเสียงอีกที โดยดูระดับจากหน้าเมนู

มีโหมดเสียงให้เลือก 3 โหมด แต่ Standard สมดุลเสียงดูจะลงตัวที่สุด นอกจากนี้ประโยชน์ของระบบเสียงในตัว Pro7827HD ยังใช้เป็นเครื่องขยายเสียงเมื่อเชื่อมต่อกับ “ไมโครโฟน” ได้ด้วยครับ (เชื่อมต่อที่ช่อง Audio In 2) ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับงานพรีเซ็นเตชั่น สามารถปรับระดับเสียงของไมโครโฟนเพิ่มเติมได้ที่เมนูหัวข้อ Microphone Volume

Conclusion – สรุป

จุดเด่นของ ViewSonic Pro7827HD

– Full HD Home Projector ให้รายละเอียดภาพชัดเจน ระดับคอนทราสต์อยู่ในเกณฑ์ดี
– ตามสเป็กแจ้งว่ารองรับการแสดงผล 3D (ต้องซื้อแว่น 3D Active Glasses เพิ่ม)**
– จุดเชื่อมต่อสัญญาณด้านหลังค่อนข้างครบถ้วน ทั้ง Digital Video และ Analog Video และมี USB Out จ่ายกระแสได้สูงถึง 2A สำหรับชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้
– มี HDMI In 2 ช่อง บวกอีก 1 ช่อง ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบด้านข้าง สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Wireless HDMI Dongle
– ได้รับการรับรอง ISFccc
– มีลำโพงติดตั้งในตัว ใช้การได้ดี ระดับเสียงดังเพียงพอสำหรับการใช้งานแบบลำลอง มี Audio In (3.5mm) 2 ชุด ต่อไมโครโฟนได้ และ Audio Out (3.5mm) 1 ชุด สามารถเชื่อมต่อลำโพงภายนอก
– ให้ระดับความสว่างสูงสุดตามสเป็กที่ 2200 ลูเมน ในห้องมืดจึงให้ภาพที่สว่างจะแจ้งดี ส่วนสภาพสู้แสงก็ถือว่าใช้การได้สำหรับห้องที่สามารถคุมแสงรบกวนระดับหนึ่ง

จุดด้อยของ ViewSonic Pro7827HD

– ยังจำเป็นต้องทำการชดเชยปรับภาพจากโหมดโรงงานเพิ่มเติม เพื่อความเที่ยงตรงของสีสัน
– Lens Shift ปรับระยะชดเชยได้ไม่มากนัก แม้มีประโยชน์แต่ในบางสถานการณ์ยังจำเป็นต้องหนุนตัวเครื่องโปรเจ็คเตอร์ให้สูงขึ้น (เมื่อวางบนโต๊ะ) หรือปรับระยะขาแขวน (เมื่อแขวนเพดาน) ควบคู่ไปด้วย
– ระดับเสียงพัดลมระบายความร้อนไม่ถึงกับเงียบแบบรุ่น Hi-End ราคาสูง แต่ก็ไม่ดังจนถึงขั้นน่ารำคาญ การปรับ Lamp Mode = Eco ช่วยลดระดับเสียงรบกวนลงได้เล็กน้อย
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุด หรือขาดความต่อเนื่อง

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ หรือวิวโซนิคโปรเจคเตอร๋รุ่นใดก็ตามได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector EPSON EH-TW5350

Review Projector EPSON EH-TW5350 3LCD Home Projector น้องใหม่สุดเทห์

 

Introduction

ให้รางวัลกับชีวิตโดยการพักผ่อนสบายๆภายในบ้านไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปเมื่อท่านมีโปรเจคเตอร์ Epson EH-TW5350 กับความสุดยอดระดับ Full HD (1920×1080) ที่มาพร้อมระบบการฉายภาพแบบ RGB liquid crystal shutter projection system (3LCD) ให้สีสันสะใจสดใสสมจริง ทั้งกับเครื่องบลูเรย์ ,เครื่องเกมส์ ,ดีวีดี ,กล่องเซตท๊อปบล็อก หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ตัวโปรด ก็เชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย ให้ภาพขนาดใหญ่ได้ตั้งแต่ 60 นิ้ว ไปจนถึงขนาดใหญ่อลังการที่ 332 นิ้ว

Design & Specification

รวมถึงพอร์ตการเชื่อมต่อที่ลํ้าสมัยสุดๆทั้งการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต HDMI จำนวน 2 พอร์ต รองรับเทคโนโลยี MHL เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่อไร้สายผ่านเทคโนโลยี WiDi ที่นิยมใช้งานบนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อัลตร้าบุ๊กในปัจจุบัน รองรับการสแกน QR Code เพื่อส่งภาพไปขึ้นจอได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการเชื่อมต่อพื้นฐานกับอุปกรณ์รุ่นเก่าๆ อย่างเช่นพอร์ต D-sub และ Composite (RCA)

Epson EH-TW5350 มาพร้อมหลอดฉายภาพขนาด 200 วัตต์ ให้ความสว่างได้สูงสุด 2,200 ลูเมนท์ ค่าความเปรียบต่าง (คอนทราสต์) 35,000:1 อายุใช้งานของหลอดฉายภาพในการใช้งานทั่วไปอยู่ที่ 4,000 ชั่วโมง และขยายเวลาใช้งานได้สูงสุด 7,500 ชั่วโมง เมื่อปรับเลือกใช้โหมด Eco ในส่วนของตัวเลนส์จะเป็นแบบ Optical Zoom ปรับหมุนซูมภาพได้ 1-1.2 เท่า และปรับความคมชัดด้วยมือได้สะดวกเพราะให้ค่า F-number มาที่ F1.58-F1.72 ระยะฉายใกล้สุดอยู่ที่ 1.22 เมตร จะได้ภาพประมาณ 34 นิ้ว และได้ภาพใหญ่สุด 332 นิ้วที่ระยะห่าง 9.11 เมตร

Special Feature

จุดเด่นที่ให้มาใหม่สำหรับ EPSON EH-TW5350 คือการเชื่อต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย อย่างเช่นกับมือถือและทับเลท ได้อย่างง่ายดายโดยสามาถใช้ Screen Mirroring ซึ่งมีมาให้ในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม สามารถเชื่อมต่อได้เลย เชื่อมต่อง่ายๆแค่นี้ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ

และจุดเด่นอีกข้อของโปรเจคเตอร์เราคือการวางเบี่ยงเพราะห้องเราพื้นที่อาจจำกัด หรือไม่ค่อย มีพื้นที่ตรงกลางที่จะวางโปรเจคเตอร์เพียงตัวเดียว EPSON จัดให้วางง่ายขึ้น เอาเวลาไปเพลิดเพลินกับการดูหนังดีกว่า มุมไหนก็ได้สำหรับ EH-TW5350 อย่างนี้ง่ายไหมละ

 

3D Picture

ลูกเล่นการฉายภาพก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับระบบการฉายภาพแบบสามมิติรองรับการฉายภาพสามมิติทั้งแบบซ้อนภาพซ้าย-ขวา และแบบบน-ล่าง แบบ High Refresh Rate ได้สบาย(อัตรารีเฟรช 240Hz) หรือจะเลือกปรับภาพสองมิติธรรมดาให้เป็นภาพสามมิติก็ยังได้ โดยปรับระดับความตื้นลึกได้หลายระดับ (Weak/ Medium / Strong) เพื่อให้มีความเหมาะสมกับไฟล์วีดีโอที่แตกต่างกัน

 


เอาเป็นว่าถ้าหาโปรเจคเตอร์สำหรับคอหนังแล้วละก็ให้ Epson EH-TW5350 ได้เป็นเครื่องโปรดของท่านสิครับ รับรองว่าสามารถตอบสนองกิจกรรมพักผ่อนยามว่างได้อย่างสนุกสนานและไม่น่าเบื่อจนท่านไม่อยากออกจากบ้านไปไหนแน่นอน ใช้เวลากับครอบครัวด้วยกันกับ Epson EH-TW5350

หากท่านใดต้องการสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้หรือเอปสันโปรเจคเตอร์รุ่นอื่นๆ สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Acer H7550ST


Acer H7550ST (Home Theater) Projector ที่ออกแบบมาเพื่อคอหนังโดยเฉพาะ รูปทรงค่อนข้างใหญ่แต่มีความแข็งแรง และทนทาน มีช่องระบายความร้อนอย่างดีเยี่ยม มาพร้อมกับลำโพง ระบบสเตอริโอในตัว กำลังเสียงมากถึง 10W

Quick Overview
ความสว่าง(ANSI Lumens)3,000
ความละเอียด(พิกเซล) Full HD (1920×1080)
Contrast เท่ากับ16,000:1
การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.


Connectivity-ช่องต่อสัญญาณ
ช่องต่อ พอร์ต HDMI ข้างในที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับ Wireless Adapter พอร์ตด้านนอกก็สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกัน แต่ควรใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่นๆดีกว่า

ช่องต่อทั้งหมดของ Acer H7550ST
1.HDMI x 3
2.RS232
3.USB
4.DC 5V Out
5.S Video
6.VGA In
7.VGA Out
8.Component
9.Audio In
10.Audio Out
11.AC In

Picture

 

เลนส์ฉายภาพรูรับแสงกว้าง F2.6วงแหวนซูมภาพ เข้า-ออกแผงควบคุม ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ
 


Picture 3D

Sound
ระบบเสียงของลำโพงถือว่าเยี่ยมครับ เพราะมีลำโพงติดตั้งมาในเครื่องถึงสองตัว ซ้าย-ขวา ที่ให้พลังเสียงข้างละ 10W รวมเป็น 20Wเจ๋งจริงๆ


จุดเด่นของ Projector Acer H7550ST รุ่นนี้ยังไม่หมด ตัวเครื่องสามารถใช้งานไร้สายได้อีกด้วย สามารถแชร์กันได้ตั้ง 4 เครื่อง พร้อมๆกัน สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก

อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ


– กระเป๋าโปรเจคเตอร์
– แว่นตาสามมิติแบบ Active x 2
– คู่มือการใช้งาน
– สายไฟ AC Power
– สาย HDMI

จบแล้วครับสำหรับการรีวิวโปรเจคเตอร์ในครั้งนี้ หากมีการผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับผม

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ หรือเอเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นใดก็ตามได้ที่ https://projectorpro.in.th